เลือกอย่างไร

จ้างทำ CRM เอง vs ซื้อ SaaS สำเร็จรูป อันไหนคุ้มกว่า

เผยแพร่ 28 กันยายน 2026 อ่าน 8 นาที โดย TechThunJai
SaaS คุ้มกว่า เมื่อทีมเล็กกว่า 15 คน ใช้งานไม่เกิน 2-3 ปี และกระบวนการทำงานไม่ต่างจากมาตรฐานทั่วไป CRM สั่งทำคุ้มกว่า เมื่อทีมโตเกิน 20 คน ใช้ยาวเกิน 3 ปี หรือมี Workflow เฉพาะที่ SaaS ปรับให้ไม่ได้ จุดตัดสินใจจริงไม่ใช่ราคา แต่คือกระบวนการทำงานของคุณต่างจากคนอื่นแค่ไหน

คำถามนี้มักถูกตอบด้วยอคติของคนตอบ — บริษัทรับพัฒนาจะบอกให้สั่งทำ ตัวแทนขาย SaaS จะบอกให้เช่า บทความนี้จึงเทียบด้วยตัวเลขและเกณฑ์ที่ตรวจสอบเองได้

ความต่างที่แท้จริงไม่ใช่ราคา

คนส่วนใหญ่เปรียบเทียบผิดจุด เพราะมองว่าเป็นการเลือกระหว่าง "จ่ายก้อนเดียว" กับ "จ่ายรายเดือน" แต่ความต่างที่สำคัญกว่าคือ ใครปรับตัวเข้าหาใคร

ถ้ากระบวนการของคุณเหมือนคนอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน การปรับตัวเข้าหา SaaS แทบไม่เสียอะไร แต่ถ้าวิธีทำงานของคุณคือข้อได้เปรียบทางธุรกิจ การถูกบังคับให้ทำตามระบบสำเร็จรูปคือการทิ้งข้อได้เปรียบนั้น

เทียบต้นทุน 5 ปี

สมมติทีมขาย 20 คน เทียบ SaaS ที่ราคา ฿600 ต่อผู้ใช้ต่อเดือน (ช่วงราคาทั่วไปของ CRM ระดับกลางในไทย) กับ CRM สั่งทำระดับ Business ฿59,900 พร้อม MA ฿4,900 ต่อเดือน

ปีที่SaaS สะสมสั่งทำ สะสมใครถูกกว่า
1฿144,000฿118,700สั่งทำ
2฿288,000฿177,500สั่งทำ
3฿432,000฿236,300สั่งทำ
5฿720,000฿353,900สั่งทำ ประหยัดกว่า ฿366,100
แต่ตัวเลขนี้เปลี่ยนทันทีเมื่อทีมเล็กลง — ถ้าทีมมี 5 คน ค่า SaaS 5 ปีอยู่ที่ ฿180,000 ขณะที่สั่งทำยังคง ฿353,900 เพราะค่าพัฒนาและค่า MA ไม่ได้ลดตามจำนวนคน จุดคุ้มทุนอยู่ราว 10-12 ผู้ใช้ สำหรับการใช้งาน 5 ปี

ตารางเปรียบเทียบรอบด้าน

ประเด็นSaaS สำเร็จรูปCRM สั่งทำ
เริ่มใช้งานทันที (ตั้งค่า 1-4 สัปดาห์)7-21 วันทำการ
ต้นทุนเริ่มต้นต่ำมาก฿29,900-119,900
ต้นทุนระยะยาวโตตามจำนวนผู้ใช้คงที่
ปรับให้ตรงงานจำกัดตามที่ระบบเปิดให้ปรับได้ทุกอย่าง
เจ้าของข้อมูลอยู่บนระบบผู้ให้บริการอยู่บนเซิร์ฟเวอร์คุณ
Source Codeไม่ได้ได้ทั้งหมด
เชื่อมระบบเดิมเฉพาะที่มี API ให้เชื่อมได้ตามต้องการ
ความเสี่ยงผู้ให้บริการขึ้นราคา/ปิดตัวต้องมีคนดูแลต่อเนื่อง
อัปเดตฟีเจอร์ได้ฟรีอัตโนมัติต้องจ้างพัฒนาเพิ่ม

เลือก SaaS เมื่อไหร่

  1. ทีมใช้งานน้อยกว่า 10-15 คน และยังไม่แน่ใจว่าจะโตเร็วแค่ไหน
  2. กระบวนการขายเป็นแบบมาตรฐาน — เก็บ Lead, ติดตาม, ปิดการขาย
  3. ต้องการเริ่มใช้งานภายในสัปดาห์นี้
  4. ยังไม่มีคนดูแลระบบภายในองค์กร
  5. ยังอยู่ระหว่างทดลองว่ากระบวนการที่ใช่คืออะไร

เลือกสั่งทำเมื่อไหร่

  1. ทีมเกิน 20 คน หรือมีแผนโตชัดเจน
  2. มี Workflow เฉพาะที่ลอง SaaS แล้วต้องหาทางเลี่ยงตลอด
  3. ต้องเชื่อมกับระบบเดิมที่ SaaS ไม่รองรับ
  4. ข้อมูลลูกค้าเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง (เช่น ข้อกำหนด PDPA ที่เข้มงวด)
  5. เคยใช้ SaaS แล้วพบว่าจ่ายค่าฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้เป็นส่วนใหญ่

ทางที่สามที่คนมักลืม

ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างเดียวตั้งแต่แรก วิธีที่ได้ผลดีในทางปฏิบัติคือ เริ่มที่ SaaS เพื่อเรียนรู้ว่ากระบวนการที่ใช่คืออะไร แล้วค่อยสั่งทำเมื่อรู้ชัดแล้ว

ข้อดีคือคุณจะรู้ความต้องการจริงจากการใช้งาน ไม่ใช่จากการนึกเอาในห้องประชุม ทำให้ระบบที่สั่งทำรอบแรกตรงจุดกว่ามาก และประหยัดกว่าการสั่งทำแล้วต้องรื้อ

ข้อควรระวังคือ ต้องเลือก SaaS ที่ export ข้อมูลออกได้ ตรวจสอบตั้งแต่ก่อนสมัครว่า ดึงข้อมูลออกเป็นไฟล์มาตรฐานได้ไหม และมี API ให้เชื่อมหรือเปล่า มิฉะนั้นการย้ายทีหลังจะแพงกว่าที่คิด

คำถามที่พบบ่อย

สั่งทำแล้วต้องจ่ายรายเดือนอีกไหม

ค่าพัฒนาจ่ายครั้งเดียว แต่ยังมีค่า Hosting ราว ฿2,500 ต่อปี และค่าดูแลระบบ (MA) ซึ่งเป็นทางเลือก เริ่มที่ ฿4,900 ต่อเดือน ถ้ามีทีม IT ภายในดูแลเองก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายส่วนนี้

ระบบสั่งทำจะล้าสมัยเร็วกว่าไหม

ไม่จำเป็น ถ้าเลือกเทคโนโลยีที่มีชุมชนใหญ่และยังพัฒนาต่อเนื่อง สิ่งที่ทำให้ระบบล้าสมัยเร็วคือ การไม่อัปเดตความปลอดภัยและไม่มีใครดูแล ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีเอง — ซึ่งแก้ได้ด้วยการทำ MA อย่างสม่ำเสมอ

ถ้าบริษัทที่พัฒนาให้เลิกกิจการจะทำยังไง

นี่คือเหตุผลที่ต้องได้ Source Code ตั้งแต่แรก ถ้ามีโค้ดและเอกสารครบ บริษัทอื่นรับช่วงต่อได้ ควรระบุในสัญญาว่าได้ Source Code และเอกสารระบบเมื่อส่งมอบ

ไม่แน่ใจว่าธุรกิจคุณควรไปทางไหน

เล่ากระบวนการทำงานและจำนวนผู้ใช้มาคร่าวๆ เราช่วยคำนวณจุดคุ้มทุนให้ฟรี

ปรึกษาฟรี →
💬 ☎️